หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นำบทความเรื่องการถ่ายภาพงานแต่งมาฝากครับ  (อ่าน 9053 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tree
เจ้าของบอร์ด
เด็กปริญาโท
*****
กระทู้: 1423



ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 09:53:04 PM »

สวัสดีทุกท่านครับ  ไม่ได้เข้ามาโพสรูปนานมาก เป็นเพราะช่วงนี้เป็นเทศกาลงานแต่งง่าน  เลยไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาซักเท่าไหร่

วันนี้พอมีเวลานิดหน่อย เลยขอเอารูปงานที่ผ่านๆมา ลง พร้อมกับ บ่นอะไรอีกซักนิดหน่อย(ตามประสาคนแก่) ที่ยังมีไฟ 55555+

เนื่องด้วยพูดถึงเรื่องงานแต่ง ก็จะเริ่มต้นมาจากการรับงานกันก่อนเลย 

มาตราฐานการรับงาน แน่นอน มาตราฐานของแต่ละคนย่อมไม่เท่ากันแน่นอน(วัดกันจากอะไร)ประสบการณ์ อุปกรณ์หรือมุมมอง  ทุกอย่างมีส่วนในการตั้งราคางานด้วยกันทั้งนั้น


ทีมที่รับถ่ายงานแต่งทั้งงาน 4000 บาท แน่นอนย่อมมีงานเข้ามามากกว่าทีมที่รับ 8000 บาท แล้วคุณภาพงานล่ะ

เอ่า คิดอีกแง่นึง  ถ้างาน 4000 ถูกแล้ว คุณภาพงานที่ออกมาดีด้วย(ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ใช่อย่างงั้น) เงินแค่นั้นมันคุ้มกับที่เราต้องเหนื่อยหรือเปล่า



แตกรายละเอียด(เผื่อบางคนยังไม่เข้าใจ)

งานแต่งทั้งงานรับมา 4000

งานเช้า เริ่มใส่บาต 06.30 น.  เราต้องตื่นไปเตรียมตัวตั้งแต่ ตี 5 ครึ่ง ฤกษ์สวมแหวน รดน้ำสัง ส่วนใหญ่ 09.09 น. กว่างานจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 11.00 น.แล้ว

งานเย็น  แขกเข้างาน 18.00 น.  แน่นอน เราต้องไปก่อน 17.00 น. ถึงหน้างาน เดินสำรวจสถานที่(กรณีที่มีไฟหน้างาน ต้องเซทไฟเตรียมไว้) ถ่ายๆๆๆๆ  งานเสร็จ 21.00 น.



เวลารวมในการทำงาน แน่นอนมากกว่า 8 ชั่วโมง  คุ้มกันไหมกับค่าแรง ค่าน้ำมัน ค่าอุปกรณ์ ค่าประสบการณ์

มากกว่านั้น  ถ้ามีไฟหน้างาน  ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกและถ้ามีช่างภาพคนที่สองล่ะ คนนี้สำคัญ(สำคัญยังไงรออ่านในหัวข้อต่อไป) ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก

ทั้งงาน=ค่าแรงกล้อง2-ค่าไฟหน้างาน-ค่าน้ำมัน(เอาหลักๆแค่นี้ก่อน)1
4000=1000      -1000      -500

เหลือ ค่าเหนื่อย 1500 ยังไม่รวมค่า เสื่อมราคาของกล้องและอุปกรณ์  มันคุ้มกันไหมครับ


: จะดีกว่าไหมถ้าเรามีมาตราฐานเดียวกัน............


บันทึกการเข้า
tree
เจ้าของบอร์ด
เด็กปริญาโท
*****
กระทู้: 1423



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 09:57:12 PM »

ผมเชื่อว่าช่างภาพหลายๆ ท่านยังเข้าใจอะไรผิดๆ อยู่

ที่ว่าผิดๆคืออะไร


พอพูดถึงการถ่ายงานแต่งงานแบบที่ใช้ช่างภาพสองคน  ทุกคนคงคิดว่าคนที่ฝีมือดีที่สุด เหนื่อยที่สุด  คงเป็นช่างภาพที่เป็นกล้องหลัก

คุณคิดผิดครับ


ช่างภาพที่เป็นกล้องหลัก  จะไม่ค่อยได้ครีเอทภาพอะไรเลย เพราะจะไหลตามพิธีการไปเรื่อยๆ(เวลาจะเป็นตัวบังคับไปเรื่อยๆ)  ไม่ว่าจะเป็นทั้งงานเช้าและงานเย็น

เริ่มตั้งแต่  ถ่ายรูปเจ้าบ่าวเจ้าสาวกับแขกที่หน้างาน  เจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นเวที  ประธานขึ้นมากล่าว เจ้าบ่าวเจ้าสาวขอบคุณแขก ตัดเค๊ก จุดเทียน  จนไปถึงการโยนดอกไม้

ทุกอย่างสามารถเซทขึ้นมาถ่ายได้  ถ้าไม่ดีก็ขอถ่ายใหม่ได้  ภาพที่ออกมามันก็จะเป็นภาพเหมือนๆกันเกือบทุกๆงาน

คนขายงาน  ทำไมผมถึงใช้คำนี้  เพราะงานเราจะขายได้ไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับกล้องที่สองนี่แหละครับ(เพราะอะไร หลายท่านคงสงสัย)

ช่างภาพกล้องสอง(หรือส่วนใหญ่จะเรียก แคนดิด Candid)


แคนดิด คืออะไร  พิมพ์เข้าไปในกูเกิล ได้ใจความมาว่า Candid เป็นภาพที่ถ่ายโดยที่บุคคลไม่ได้รู้ตัวครับ และไม่ได้จัดฉาก จะได้ภาพที่เป็นธรรมชาติครับ


น่านล่ะครับ  ช่างภาพแคนดิดต้องคิดโจทย์ในหัวแล้วว่า  จะถ่ายยังไงถึงจะสื่อถึงอารมณ์ ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวญาติๆ ได้  โอกาศบางโอกาศอาจเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว ต้องคิดให้ไว ตัดสินใจให้เร็ว

จึงจะได้ภาพที่สื่อถึงอารมณ์  จัดฉากก็ไม่ได้ ถึงจัดฉากได้ อารมณ์ที่ได้ย่อมไม่ดีเท่าไหร่  ต้องเดินให้ทั่วงาน  แอบมุมโน้นบ้าง  มุมนี้บ้าง ทำเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ในงาน  ครีเอทภาพที่อยากได้อยู่ตลอดเวลา


ท่านคิดว่า  ใครเหนื่อยกว่าใคร


บันทึกการเข้า
tree
เจ้าของบอร์ด
เด็กปริญาโท
*****
กระทู้: 1423



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 09:59:24 PM »

ช่างภาพเด็กแนว

คำว่า ช่างภาพเด็กแนว คืออะไร  ผมได้อ่านมาจากเวปไซด์แห่งหนึ่งทีคนรักการถ่ายภาพอยู่ด้วยกัน โดยผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นคนเริ่มพูด(แล้วมันหมายถึงอะไรล่ะ)


ช่างภาพเด็กแนวหมายถึง  ช่างภาพที่อายุยังน้อย  แล้วถ่ายภาพไม่เหมือนกับช่างภาพธรรมดาถ่ายกัน  มุมมองที่ต่างย่อมให้ได้งานที่ต่างออกไป

เอาแบบเข้าใจง่ายๆ เช่น  การเอียงกล้องถ่าย  ถ้าเป็นสมัยก่อนไม่ได้เลย รูปแนวตั้งก็ต้องตั้ง รูปแนวนอนก็ต้องนอน  ทุกอย่างต้องเป๊ะ


เอียงแล้วได้มุมใหม่ๆ มีพื้นที่ให้ใช้เก็บรายละเอียดมากขึ้น  ได้มุมมองที่แปลกตา  ไม่ค่อยมีใครทำ  งานเราก็ขายได้มากขึ้น


เอียงแล้วมีข้อเสียไหม  แน่นอนถ้าถ่ายมาเอียงทุกภาพคงไม่ใช่แน่ๆ  มันเป็นแค่การทำให้มุมมองที่ต่างจากคนอื่น  อาจจะมีซัก 5-10% ของรูปทั้งงานก็พอแล้ว


การพัฒนามุมมองแบบไม่หยุดนิ่ง


บันทึกการเข้า
tree
เจ้าของบอร์ด
เด็กปริญาโท
*****
กระทู้: 1423



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 10:01:20 PM »

การสื่อถึงงานที่ไปถ่ายแบบง่ายๆ


ทุกๆอย่าง บรรยากาศ  พิธีการ  อุปกรณ์ที่ใช้ในงาน  ที่สือถึงงานแต่งงาน  จะเป็นจุดเล็กๆที่เจ้าภาพเค้าไม่สนใจ


แต่เราก็เก็บรายละเอียดเหล่านั้นมาให้  อาจจะเป็นส่วนน้อยที่ถ่ายมา  แต่ทุกภาพก็สื่อถึงงาน


บางภาพอาจจะไม่มีใครอยู่ในภาพด้วยซ้ำ  แต่ให้เจ้าภาพเห็นปุ๊ป ให้รู้เลย ว่าเป็นงานแต่งของเรา


อย่ามองข้ามรายละเอียดเล็กๆ


บันทึกการเข้า
tree
เจ้าของบอร์ด
เด็กปริญาโท
*****
กระทู้: 1423



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 10:03:57 PM »

ทำตัวให้เป็นเหมือนกับญาติ


ถ้าเราได้เข้าไปถ่ายในงานแล้ว  ควรจะลดช่องว่างระหว่างเรากับเจ้าบ่าวเจ้าสาวลง  เพื่อลดอาการเกร็งของเจ้าบ่าวเจ้าสาวลง  โดยการ


เข้าไปทำความรู้จัก แนะนำตัวเรา(กรณีที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช่คู่บ่าวสาว) พูดคุยนัดแนะมุมกล้อง  พูดหยอกล้อ(อย่ามากจนเกินงาม)


สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดอารการประหม่าของคู่บ่าวสาวลงได้  แน่นอนถ้าเป็นอย่างงั้นภาพที่ออกมามันย่อมมีอารมณ์ของภาพสื่อออกมาด้วยเช่นกัน


คิดท่าแปลกๆไว้ในหัว  เอาไว้ใช้เวลาหมดมุก  คือคู่บ่าวสาวยืนนิ่งๆถ่ายรูปกับแขกหน้างานมาเยอะควรใช้ท่าแปลกๆแก้บ้าง  เช่น


เวลาถ่ายกับเพื่อนๆของบ่าวสาว ให้ใช้มือทำรูปหัวใจบ้าง  ชูสองนิ้วแล้วร้องเย้บ้าง  ใช้ท่าดาวกระจายบ้าง(ไม่รู้จักท่าดาวกระจาย ดูนาเดียร์ ทาง ช่องเก้าหลังข่าวครับ)5555+


ปล.เรื่องสำคัญ  เวลาจะใช้ท่า  ควรดูความเหมาะสมระหว่างท่าที่จะใช้กับอายุของคู่บ่าวสาวด้วย  ฮิฮิ

บันทึกการเข้า
tree
เจ้าของบอร์ด
เด็กปริญาโท
*****
กระทู้: 1423



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 10:07:35 PM »

คงเดินทางมาถึงอีกสิ่งสำคัญ อุปกรณ์  (ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้ว่ากล้องถูกมันไม่ดีนะครับ)

มาว่ากันด้วยเรื่องอุปกรณ์กันดีกว่า  อุปกรณ์ในที่นี้  หมายถึง  กล้อง+เลนส์  นะครับ  ถ้าให้พูดถึงเรื่องอุปกรณ์  ที่ใช้สำหรับการถ่ายงานแต่ง(งานตอนเย็น)

ทุกท่านคงสงสัยว่า ทำไมช่างภาพชั้นแนวหน้า  เค้าถึงต้องใช้ กล้องที่มีราคาแพงๆ เลนส์แพงๆ  ทั้งๆที่กล้องราคาถูกๆก็สามารถถ่ายภาพได้เหมือนกัน ไม่ใช่เพราะเค้ารวยอย่างแน่นอน


แน่นอนอันดับแรกที่จะต้องได้ใช้คือ  สมรรถนะของกล้อง  ผมหมายถึง  ความแข็งแรงของบอดี้กล้อง  อัตราการถ่ายต่อเนื่อง  การตอบสนองต่อการสั่งการ 

เทคโนโลยี  คงไม่มีใครที่จะปฎิเสธได้ว่า กล้องที่มีเทคโนโลยีที่สูงกว่า ย่อมดีกว่าเทคโนโลยีแบบเก่า(ถ้าไม่ดีกว่า เค้าจะพัฒนาทำไม)  เช่น ระบบโฟกัสเร็วขึ้น  ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น เป็นต้น


คงเดินทางมาถึงอีกสิ่งสำคัญ อุปกรณ์  (ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้ว่ากล้องถูกมันไม่ดีนะครับ)

มาว่ากันด้วยเรื่องอุปกรณ์กันดีกว่า  อุปกรณ์ในที่นี้  หมายถึง  กล้อง+เลนส์  นะครับ  ถ้าให้พูดถึงเรื่องอุปกรณ์  ที่ใช้สำหรับการถ่ายงานแต่ง(งานตอนเย็น) 



ทุกท่านคงสงสัยว่า ทำไมช่างภาพชั้นแนวหน้า  เค้าถึงต้องใช้ กล้องที่มีราคาแพงๆ เลนส์แพงๆ  ทั้งๆที่กล้องราคาถูกๆก็สามารถถ่ายภาพได้เหมือนกัน ไม่ใช่เพราะเค้ารวยอย่างแน่นอน



แน่นอนอันดับแรกที่จะต้องได้ใช้คือ  สมรรถนะของกล้อง  ผมหมายถึง  ความแข็งแรงของบอดี้กล้อง  อัตราการถ่ายต่อเนื่อง  การตอบสนองต่อการสั่งการ 

เทคโนโลยี  คงไม่มีใครที่จะปฎิเสธได้ว่า กล้องที่มีเทคโนโลยีที่สูงกว่า ย่อมดีกว่าเทคโนโลยีแบบเก่า(ถ้าไม่ดีกว่า เค้าจะพัฒนาทำไม)  เช่น ระบบโฟกัสเร็วขึ้น  ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น เป็นต้น



เรื่องเลนส์ก็เหมือนกัน  เลนส์ที่มีราคาสูงชิ้นเลนส์จะมีความไวแสงมาก ทำให้การโฟกัสที่วัตถุเร็วกว่าเลนที่ติดมากับกล้อง


สิ่งเหล่านี้มีผลอย่างยิ่งต่อการถ่ายภาพที่มีจังหวะและโอกาศที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที


กลับมามองอีกแง่นึง  เอาเรื่องที่กล้องถ่ายในที่แสงน้อยหรือในที่มืดดีกว่าเพราะอาจจะมีบางคนบอกว่า  ทำไมไม่ใช้แฟลชช่วยล่ะ  ช่วยได้เหมือนกันนะ


ภาพที่สมบูรณ์ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

เอาไว้เจอกันกระทู้หน้าครับ

บันทึกการเข้า
tree
เจ้าของบอร์ด
เด็กปริญาโท
*****
กระทู้: 1423



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 10:09:51 PM »

และสุดท้ายขอขอบคุณ คุณ boboman จากเว็บโฟโต้โคราช เจ้าของบทความดี ๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


"